photographer

บทความที่ทุกท่านจะเสียสละเวลาอ่านต่อไปนี้ นี้คือ ตัวผม และบทความเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดภาพถ่ายต่างๆ ที่ผมถ่ายออกมาเพราะการที่จะได้ภาพหนึ่งภาพของแต่ละคน ส่วนตัวคิดว่า มันมีหลายๆ ปัจจัยตั้งแต่แรกจนถึงวินาทีที่จะถ่ายรูปนั้นๆ ที่ก่อให้เกิดอะไรบางอย่างแล้วทำให้ได้ภาพแบบนั้นมา

 

ภาพ

ในเรื่องของมุมมอง ย่อมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของทัศนคติของแต่ละบุคคล หากยกตัวอย่างรูปภาพขึ้นมา 1 ภาพ สำหรับคนมอง 100 คน ย่อมมีมุม 100 มุม มีความคิดเห็น 100 ความคิดเห็น มีการจินตนาการเกี่ยวกับภาพที่เห็น 100 จินตนาการ แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่มีสิ่งใดที่ถูก และไม่มีสิ่งใดที่ผิด เพราะทุกคนย่อมมีสิทธิ์ในมุมมองและความคิดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่ายและศิลปะอื่นได ก็สามารถสร้างจินตนาการให้กับคนมองได้หลากหลายครับ

 

ตัวตน

ผมเป็นคนเงียบ ๆ ดูออกจะเคร่งขรึมไปซะด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือตัวตนของผม เพราะผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ซ่อมอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นมาจากอารมณ์นับร้อย และเหตุผลนับพันที่มันเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว  หลายคนมักบอกไปในทิศทางเดียวกันว่าผมมีความคิด ทัศนคติและมุมมองที่แตกต่างไปจากคนอื่นและค่อนข้างจะเป็นไปในทางลบซะด้วย  ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด เพราะดวงตาเกือบทุกคู่มักจะมองเห็นแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแบบกว้าง ๆ แต่จะมีสักกี่คู่ที่เลือกจะมองในมุมแคบ ๆ หรือไม่ก็ลองปิดตาสักข้างหนึ่งแล้วมอง ลองดูว่าจะเห็นความแตกต่างหรือเปล่า นี่แหละผม!

ผมเป็นนักเรียนชายคนหนึ่งที่ชื่นชอบในการเล่นกีฬามาก เล่นกีฬาเกือบทุกประเภท ความสามารถระดับหนึ่งและนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ทำตัดสินใจที่จะเรียนต่อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬา(พละ) โดยมีเป้าหมายหลักคือ เอาปริญญามาให้พ่อกับแม่*ผมเลือกเรียนทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อ แต่นั่นแหละครับช่วงวัยรุ่นในเมื่อเลือกแล้วแสดงว่าย่อมดีสำหรับตัวเอง ในที่สุดก็มีโอกาสต่อยอดจากสิ่งที่เรียนมานำพามาสู่อาชีพ

จากวันแรกของการเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ สั่งสมประสบการณ์จนได้ก้าวขึ้นมาสู่ระดับผู้บริหาร มันคือความภาคภูมิใจที่ไม่เคยเลือนไปจากใจผมเลย  และนั่นคงหมายถึงการเดินตามฝันมาจนถึงจุดหนึ่งซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางเดิน การมองไปข้างหน้ามักจะเห็นทางแยกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกเดินแยกไปทางไหน และเมื่อเลือกเดินไปแล้วจะปรับวิถีแห่งการย่างก้าวของตนให้เข้ากับทางนั้นได้ยังไง

 

ทัศนคติ

การกดชัดเตอร์แต่ละครั้งของผมมักจะต้องมีคำถามตามมาอยู่ร่ำไปว่าถ่ายทำไม จะสื่ออะไร แล้วคนมองจะคิดอะไร ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด บอกตามตรงว่าผมไม่ได้เรียนถ่ายภาพเป็นจริงเป็นจัง อาศัยแบบครูพักลักจำครับ ศึกษาจากหนังสือบ้าง ดูภาพถ่ายจากนักถ่ายภาพมืออาชีพบ้าง แต่ที่สำคัญที่สุดผมยินดีทุกครั้งที่ได้บันทึกเรื่องราว หรือเหตุการณ์หนึ่งๆ ในวินาทีนั้นไว้ เพราะวินาทีถัดไปมันจะไม่มีภาพเดิมปรากฏซ้ำๆ ให้เห็นแน่นอน

อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้เรียนถ่ายภาพอย่างจริงจังครับ และนี่ก็เป็นเหมือนจุดสีดำๆ ที่มันแปะอยู่ในใจผม ทำให้ภาพที่ผมถ่ายออกมามันเป็นเพียงแค่รูป 1 ใบ นับร้อย ที่บันทึกอยู่ในไฟล์คอมพิวเตอร์ของผมเท่านั้นไม่มีใครเคยเห็น และผมเองก็ไม่เคยกล้าที่จะเอาออกมาให้ใครดูด้วย นั่นก็เพราะความกลัวที่จะได้รับฟัง รับรู้การวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่น ๆ หรือเปล่า หรือไม่ก็กลัวคนอื่นว่าถ่ายรูปอะไรก็ไม่รู้แล้วเอามาหลอกขายหรือเปล่า หรือในใจลึกของผมนั่นเป็นเพราะผมยึดติดกับมุมมองของตัวเองหรือเปล่า

พอมาถึงวันนี้ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเราเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะมองแบบไหนต่างหาก ความคิดของผมอาจจะไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ ขอเพียงแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ถูกก็ยังดี เพราะอย่างน้อยในความมืดก็ยังมีแสงสว่างเล็ก ๆ ภาพของผมก็เช่นกันครับหลังจากที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์มานาน วันนี้ผมกล้าที่จะเอามันออกมาให้หลายคนชม ถึงแม้ว่าร้อยคนจะไม่ชอบ ขอแค่มีหนึ่งคนหยุดมองมันด้วยความตั้งใจก็ยังดี เพราะนี่คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ของคนถ่ายภาพมือสมัครเล่นอย่างผม

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนล้วนมีความอยากเป็นที่ตั้ง อยากได้ อยากมี อยากเป็น… โดยเฉพาะคนเดินดินอย่างผม แม้สองเท้ายังคงติดดินแต่สายตาไม่เคยละจากดวงดาว  ใช้ชีวิตแต่ละอย่างก้าวบนกราฟชีวิตที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ บางช่วงเส้นกราฟพุ่งกระฉูดมีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง แต่บางช่วงเส้นกราฟตกต่ำ มองไปทางไหนก็ไม่มีใครรู้จักเสมือนเราเป็นคนแปลกหน้า แต่นั่นและครับมันคือวิธีสแกนมิตรภาพที่วัดได้จากประสบการณ์จริงของผม

 

โอกาสจากโอกาส

สำหรับคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำทั่ว ๆ ไป นอกจากจะมีทางเลือกไม่มากแล้ว เส้นทางก็ยังไม่สวยหรูเท่าไหร่ ตัวผมก็เช่นกัน ทางเดินของผมไม่ค่อยเรียบหรูเท่าไหร่ออกจะขรุขระเลยก็ว่าได้ แต่ยังดีที่ผมเป็นคนไม่ค่อยคาดหวังอะไรเท่าไหร่ ได้มากก็ดี ได้น้อยก็ดี ใช้ชีวิตแบบไม่มากไม่น้อยค่อย ๆ เป็นไป อาศัยทั้งพรสวรรค์ผสมกับพรแสวงสร้างโอกาสให้คนอื่นหยิบยื่นโอกาสให้ตนเองและนี่ก็คือทางแยกที่ผมเลือกเดินต่อเมื่อโอกาสครั้งแรกเรายังไม่พร้อม แล้วโอกาสครั้งที่สองจะเข้ามาเสมอ จากนั้นครั้งที่สาม สี่ และห้าจะตามมาเรื่อย ๆ หรือเปล่า แต่สำหรับผมแค่ครั้งแรกที่ได้รับการหยิบยื่นมาให้ก็เกินพอให้ผมไขว่คว้าโอกาสครั้งที่สาม สี่และห้าด้วยตัวผมเอง เพราะสุดท้ายแล้วหากเราหวังให้คนอื่นประคองตลอดเวลาแล้วเมื่อไหร่เราจะเดินด้วยขาของตัวเองเป็น แม้แต่นกที่ว่าบินได้มันก็ยังใช้ปีกของมันปีกเท่าที่มันบินไหวเลย สำหรับผมไม่เคยหวังที่จะบิน แค่เดินบนดินแล้วล้มให้น้อยที่สุดก็พอใจแล้วครับ

การสร้างโอกาสจากโอกาสครั้งนี้ของผมมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการค่อยๆ ก้าวเดินบนเส้นทางของคนถ่ายภาพอิสระ การนำภาพที่ผมถ่ายออกมาให้คนอื่นได้ดู ได้เห็น ได้เข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อความหมาย มันคือโอกาสที่ผมสร้างมันขึ้นมา  หากมันเห็นผลได้เร็วทันใจ รูปถ่ายของผมเป็นที่รู้จัก ผมกลายเป็นนักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียง ก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่ถ้าหากมันเห็นผลช้าก็ไม่เป็นไรครับ เพราะอย่างน้อยผมก็ได้เริ่มสร้างมันด้วยมือของผมเอง สักวันหนึ่งจะต้องมีพื้นที่สำหรับผม แม้จะเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ แต่มันจะมีแสงสว่างพอให้ใครได้เห็นแน่นอน

 “โอกาสไม่ได้มาบ่อยๆ หากมาแล้วก็ต้องคว้าเอาไว้” สำหรับผมมันไม่ถูกต้องซะทั้งหมด เพราะการคว้ามันมันเป็นสิ่งที่ต้องทำก็จริง แต่เมื่อได้โอกาสมาแล้วจะรักษามันยังไงต่างหากเป็นสิ่งที่ผมคิดหนัก จนทำให้ครั้งหนึ่งผมเคยปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป หากถามว่าผมเสียดายโอกาสครั้งนั้นเปล่า ตอบแบบลูกผู้ชายว่าเสียดายมากครับ แต่สุดท้ายเมื่อมันยังไม่ใช่ ฝืนยังไงก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่ท่องไว้ในใจว่าสิ่งที่ใช่มันจะมาในเวลาที่เหมาะสมเสมอ และสำหรับผมโอกาสครั้งที่สองมักจะเข้ามาเสมอถ้าหากเรายังไม่พร้อมสำหรับโอกาสครั้งแรก 

และในที่สุดโอกาสครั้งที่สองของผมก็มาจริง ๆ เกิดขึ้นโดยที่ผมยังไม่ทราบเลยว่ามันคือสิ่งที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมมั่นใจครับว่ามันใช่และถึงเวลาแล้วจริง ๆ ผมจึงไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้  เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า “สิ่งดีๆ อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราไม่คาดฝันเสมอ” สำหรับผมมันเป็นแบบนี้จริงๆ เพราะโอกาสครั้งที่สองนี้มาโดยไม่ได้ตั้งตัวครับ โอกาสของผมมาพร้อมกับ 

 

จุดประกายความกล้า 

ผมรู้จักกับคนไม่ค่อยมากผมรู้จักพี่คนหนึ่ง พี่ชายที่ผมเคารพนับถือคนหนึ่งที่คอยสนับสนุน ผลงาน ความกล้าและโอกาสมาตลอด จนเป็นจุดที่จุดประกายความกล้าผมให้ผมกล้าที่จะเอารูปออกมาและกล้าที่จะขายรูปของตัวเองมาขาย

ครั้งแรกกับรูปชุดแรกในชีวิต พี่เขาบอกให้ผมนำไฟด์รูปไปอัดไซด์ขนาดใหญ่พอสมควร และเอาไปใส่กรอบ ทันทีที่เจ้าของร้านกรอบรูปเห็นภาพก็พูดขึ้นว่าเป็นฝีมือการถ่ายของนักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งใช่มั้ย เชื่อมั้ยครับผมดีใจมากแต่ก็ไม่ยอมบอกออกไปว่าผมเป็นคนถ่าย นั่นอาจเพราะผมกลัวที่จะได้ยินประโยคต่อไปหลังจากนั้นมั้งครับ

หลังจากนั้นอีกไม่นานพี่ชายคนนี้ก็ให้ผมออกไปถ่ายภาพหลากหลายมุม ทั่วเมืองเชียงใหม่ แล้วเอาไปนำเสนอให้เขา ปรากฏว่ารูปภาพที่ผมถ่ายตามคำสั่งกลับไม่ใช่ภาพที่ถูกเลือก   แต่เป็นภาพที่ผมถ่ายแบบอิสระกลับเป็นภาพที่ถูกเลือกเกือบทั้งหมดครับ มันทำให้ผมฉุกคิดได้ว่าสำหรับนักถ่ายภาพบางครั้งจินตนาการก็อยู่เหนือความเป็นจริง หลักจากที่รูปภาพได้ถูกเลือกแล้ว ประโยคที่ทำให้ผมขนลุกนั่นก็คือ รูปภาพทั้งหมดของผมจะถูกนำไปตกแต่งภายในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งโรงแรมจะมีส่วนจัดแสดงเป็นแกลอรี่ภาพถ่าย ไว้ให้แขกได้ชมครับ โอกาสครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนความคิดและจุดประกายความกล้า ของผมที่กล้าจะนำรูปออกมาขาย เพราะเพียงแค่ผมได้เห็นรูปตัวเองที่ตกแต่งภายในโรงแรมแห่งนี้ มันทำให้ผมมีช่วงเวลาหนึ่งในการหยุดมองภาพที่ผมกดชัดเตอร์ในขณะวินาทีนั้น อย่างพินิจพิเคราะห์ สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกในขณะนั้นนั่นก็คือ “ขอบคุณทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้ผมเป็นผมในวันนี้” 

 

สุดท้ายขอขอบคุณ

พ่อแม่ พี่ชาย คนรักที่ค่อยอยู่เคียงข้างทั้งทุกข์และสุข   สุดท้ายประโยคทุกคำที่เข้ามาในชีวิตของผม

สนับสนุนให้กำลังใจผมได้ที่  …..คลิกที่นี้ได้เลย…..

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.