แพ็กเกจ 999 บาท ราคาเดียวเที่ยว 3 ซู + 1 สวนฯ

Written by | สิงหาคม 21, 2013 | ปิดความเห็น บน แพ็กเกจ 999 บาท ราคาเดียวเที่ยว 3 ซู + 1 สวนฯ
แพ็กเกจ 999 บาท ราคาเดียวเที่ยว 3 ซู + 1 สวนฯ เป็นโปรโมชั่นสุดคุ้มจากความร่วมมือของ ททท. และ สถานที่ท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่  ทำให้เราสามารถเที่ยวได้ในราคาประหยัดสุดคุ้ม ชาร์คกี้ และเพื่อนๆ พลาดไม่ได้ ที่จะต้องมาทริปนี้ พวกเรา Review ความสนุกๆ มาฝากเพื่อนๆ แบบละเอียดยิบ

 

ชาร์คกี้ และเพื่อนๆ มาถึง ที่พัก โรงแรม ชาโต เชียงใหม่ เราก็รีบฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับทางโรงแรม ให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเริ่มออกเดินทาง

พร้อมแล้วสำหรับการเริ่มออกเดินทางไปกับรถตู้ เพื่อท่องเที่ยวตามโปรแกรม 999 ในเวลา ประมาณ 9.00 น.ไปกันเลย

เริ่มออกเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อสักการะขอพร พระธาตุดอยสุเทพ  ช่วงนี้เรามาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ให้เพื่อนๆ ฟังกันก่อนจะถึงที่หมายกันก่อนดีกว่า“วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนยอด ดอยสุเทพ เป็นหนึ่งในวัดของ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความสำคัญมากที่สุด ในวัดมีเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น ลานเจดีย์เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารเป็นวัดใหญ่ในเชียงใหม่
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการะบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปี มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องสามครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตรสามรอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ 12 ได้โปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ
ในปี พ.ศ. 2100 พระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูนได้สร้างบันไดนาคหลวงทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ประชาชนขึ้นไปสักการะได้สะดวกขึ้น และกระทั่งถึงสมัยครูบาศรีวิชัย ท่านได้สร้างถนนขึ้นไป โดยถนนที่สร้างนี้มีความยาวถึง 11.53 กิโลเมตร
ข้อมูลอ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org” 
ตามเส้นทางมีนักท่องเที่ยว เดินทางมาหลายรูปแบบ ทั้งขึ้นรถสี่ล้อแดง (รถโดยสารสาธารณะ) รถบัส รถส่วนตัว รถจักรยาน ส่วนของเรามากับรถตู้ เป็นรถนำเที่ยวของเราในครั้งนี้ 
รถมาจอดถึงที่หมายแล้ว นั่นก็คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พวกเรากับพี่คนขับรถนัดหมายเวลากันเสร็จเรียบร้อย มีคำแนะนำว่า มีวิธีขึ้นอยู่ 2 ทาง คือ เดินขึ้นบันไดนาค 306 ขั้น  หรือ ขึ้นรถกระเช้าไป รอบละ 20 บาท  ช่วงนี้ยังเช้าอยู่ร่างกายกำลังกระฉับกระเฉง ก็เลยขอเดินขึ้นล่ะกัน 
โอ๊ะ!!! เดินมาเห็นบันไดนาคของจริง สูงไม่ใช่เล่นๆ เลยน่ะเนี้ย 306 ขั้น  แต่ไหนๆ เราก็ตั้งใจจะเดินขึ้นแล้ว อย่าให้เสียความตั้งใจ พวกเราลุยกันเถอะ …
เมื่อไหร่จะถึงซักทีน่ะ ขาชักเริ่มล้าแล้ว อีกหน่อยน่า ใกล้แล้วๆ อย่ายอมแพ้ 
พักครั้งที่ 2 เริ่มหายใจไม่ทัน ท่าทางจะอายุเริ่มเยอะแล้วซิเรา ไปต่ออีกนิดหน่อย 
ถึงแล้ว ขอถ่ายรูปจากมุมสูงกันซักหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆจะไม่เชื่อว่า โอ้โห้!!! สูงจริงๆ เดินขึ้นมาได้ยังไงเนี่ยเรา 
พอมาถึงปุ๊บเราก็เริ่มด้วยการลงลายมือชื่อของตัวเอง บนผ้าเหลืองที่จะใช้สำหรับ ร่วมเป็นเจ้าภาพการห่มผ้า พระบรมธาตุดอยสุเทพ 
เราโชคดีได้เจอพี่ใจดีคนหนึ่งเค้าคอยแนะนำเราว่าควรต้องทำอะไรบ้าง เราจึงทำตามขั้นตอนที่พี่เค้าแนะนำ พวกเราไปทำการสักการะบูชาพระธาตุ โดยนำ ดอกไม้ ธูปเทียน เดินเวียนขวา รอบพระธาตุ 3 รอบ พร้อมกล่าวคำนมัสการพระธาตุ โดยตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้สมหวังในสิ่งที่ตนเองปรารถนา 
ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร มีสถานที่ให้ร่วมทำบุญกันมากมายเลย รวมถึงการเสี่ยงเซียมซี (การเสี่ยงเซียมซี คือการอธิษฐานจิตอย่างแน่วแน่ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้ผลแห่งโชคชะตาปรากฏขึ้นอย่างแม่นยำที่สุด) ชาร์คกี้กับเพื่อนๆ ขอ เสี่ยงเซียมซี ซักหน่อย  ได้เลขดีด้วยล่ะ ^^ 
เมื่อได้ทำการกราบไหว้ สักการะบูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านในแล้ว ก่อนกลับเราก็ได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้พระครูบาศรีวิชัยที่ถือว่าเป็นครูบาล้านนาที่ชาวเหนือให้ความเคารพ บูชาเป็นอย่างมาก 
บนพระธาตุดอยสุเทพยังมีจุดชมวิวที่สวยงามมาก ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเชียงใหม่ได้โดยรอบของเมืองเชียงใหม่ ตรงนี้ขออีกหลายแชะหน่อย เพราะวิวเมืองเชียงใหม่ตรงนี้สวยมาก 
ขากลับ เรามุ่งตรงไปที่ กระเช้าไฟฟ้าทันทีโดยมิได้นัดหมาย – -“ ด้วยที่ว่าอาการขาสั่นตอนเดินขึ้นมายังไม่หายกัน เสียค่าบำรุงเฉพาะขากลับคนละ 10 บาท เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินขึ้น-ลง ทางลาดชัน ไม่สะดวก แม้กระทั่ง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือ คนอ่อนแอแบบพวกเรา T T” 
รถตู้ของเรา มาจอดถึงที่ ตามเวลาเป๊ะ หลังจากเราสักการะวัดพระธาตุดอยสุเทพเสร็จแล้ว เราพร้อมเดินทางท่องเที่ยวเที่ยว ไปยังสถานที่ต่อไปทันที เริ่มจะสนุกแล้วซิ 
จุดหมายต่อไปของเราคือ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่นี่ความน่าสนใจอะไรบ้าง เรามาเตรียมตัวกันก่อนจะไปเที่ยวกันเถอะเชียงใหม่ ซู อควาเรียม

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเชียงใหม่นี้ ถือเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีอุโมงค์ใต้น้ำเชื่อมกันที่ยาวที่สุดในโลก อุโมงค์มีลักษณะเป็นอะคริลิคใส ผู้มาเยือนจึงสามารถตื่นตาตื่นใจไปกับสิ่งมีชิวิตแห่งโลกใต้น้ำ

อควาเรียมแห่งนี้รวบรวมเอาพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม รวมถึงสัตว์ที่แปลกและหาชมได้ยากจากต่างถิ่น มาไว้รวมกัน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากลุ่มแม่น้ำโขง ที่เปรียบได้กับอุทยานสัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่ และมีความหลากหลายทางสายพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องจากเป็นสายน้ำหลักที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับล้านของ 6 ประเทศในดินแดนแถบนี้

 

รถตู้พาเรามาถึงหน้า เชียงใหม่ ซู อควาเรียม สิ่งแรกที่เห็นก็คือ เจ้าปลาฉลามยักษ์เมกะโลดอนที่พุ่งออกมาจากหลังคาทางเข้าด้านหน้าที่โผล่มาทักทายพวกเรา 
พี่คนขับรถผู้ใจดีจัดการเรื่องตั๋วเข้าชมให้เรียบร้อย ชาร์คกี้และเพื่อนๆ แค่ยืนหล่อ ยืนสวย ก็พอ ^^ 
ก่อนเข้าไปชมเชียงใหม่ ซู อควาเรียม เราจะเห็นกิจกรรมต่างๆมากมาย รอต้อนรับเราอยู่ มี  Zip line โหนสลิงข้ามเชียงใหม่ ซู อควาเรียม กิจกรรมปลาคราฟดูดนม กิจกรรมให้อาหารปลา กิจกรรมจักรยานน้ำ กิจกรรมบอลน้ำ 
ที่อควาเรียมนี้จะตั้งอยู่กลางแอ่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พวกเราต้องเดินข้ามสะพาน ระหว่างทางเดินตรงสะพานจะมองเห็นบรรยากาศโดยรอบ  รวมถึงสัตว์ต่างๆ 
ตรงทางเข้าด้านหน้าของอควาเรียมจะเห็นรูปปั้นปลากระทงร่มตัวใหญ่ เป็นจุดถ่ายรูปอีก 1 จุดที่ นักท่องเที่ยวมักจะชอบมาถ่ายรูปกัน เราก็ถ่ายกันซักหน่อย เดี๋ยวจะโดนหาว่าไม่อินเทรนด์ 
เข้ามาในตึกจะพบ พิพิธภัณฑ์ของจิ๋วสัญจร ที่มาจัดแสดงที่ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม 
ได้เวลาเข้าไปชมข้างใน เชียงใหม่ ซู อควาเรียมกันแล้ว พวกเราเข้าไปชมกันว่าเป็นยังไงบ้าง 
โซนแรกมีชื่อเรียกว่า “สำรวจลุ่มแม่น้ำ”  ซึ่งจะเต็มไปด้วยพันธุ์สัตว์น้ำที่มาจากแม่น้ำสายหลักของไทย และพรรณไม้น้ำ 
โซนที่สองมีชื่อเรียกว่า “Monster Creature” เป็นส่วนจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 
โซนที่สามมีชื่อเรียกว่า “Ocean Explorer” มหัศจรรย์มนต์เสน่ห์อันลึกลับแห่งชายฝั่ง เปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับโซนที่คุณสามารถสัมผัสสัตว์ทะเลได้แบบแนบเนื้อกับดาวทะเล ปลิงทะเล  โซนที่จะทำให้คุณตื่นเต้นไปกับการให้อาหารปลากระเบนจมูกวัวที่แสนเชื่องและขี้เล่น 
โซนที่สี่มีชื่อเรียกว่า “Under the River” อุโมงค์น้ำจืด ความยาว 66.5 เมตร จำลองวิถีชีวิตใต้ลุ่มน้ำโขง พร้อมพันธุ์ปลาน้ำจืดหายากจากทั่วทุกมุมโลก 
โซนที่ห้ามีชื่อเรียกว่า “Peculiar & Unbeliveable” พบกับเหล่าหมู่ปลาที่มีพิษและอันตรายทั้งหลาย และยังมีบรรดาแมงกะพรุนหลากหลายสายพันธุ์ 
โซนที่หกมีชื่อเรียกว่า “Under the Ocean” อุโมงค์ใต้น้ำทะเล  ความยาว 66.5 เมตร  บอกเล่าเรื่องราวชีวิตใต้ทะเล 
มีโชว์ให้อาหารปลาทะเล บริเวณ อุโมงค์ปลาน้ำทะเล พอดีเลย
แวะดู ร้านค้าขายของที่ระลึก ซื้อของฝากน่ารักๆ ได้ที่บริเวณทางออก
ออกมาจากเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ก็แวะมาทานข้าวที่ศูนย์อาหารสโมสรแพนด้า มีพี่ๆ เตรียมอาหารกลางวันให้เราทานกันเยอะมาก จนพวกเราทานไม่หมด ฝากขอโทษไปทาง พ่อครัว แม่ครัวด้วยน่ะครับ ที่ตั้งใจทำอาหารให้เราทานแต่เราทานไม่หมด  T T 
อิ่มแล้ว หนังท้องตึง หนังตาเริ่มชักจะหย่อนๆ หาวๆ พักชมวิวซักหน่อย ก่อนจะเดินทางไปดูหมีแพนด้า ซึ่งถือว่าเป็นทูตสันถวไมตรี เรามาความรู้จักกันซักหน่อย
“ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ได้มีการใช้หมีแพนด้าในฐานะทูตสันถวไมตรี จีนมีการเสนอที่จะส่งแพนด้ายักษ์ไปยังชาติอื่นๆ และมีข้อกำหนดว่าลูกของแพนด้ายักษ์ใด ๆ ที่เกิดระหว่างการยืมนั้น ถือเป็นทรัพย์สินของสาธารณรัฐประชาชนจีน” 
ข้างในสวยมาก รีบเข้าไปทักทายเจ้าแพนด้าน้อยกันดีกว่า 
ตั้งใจจะมาทักเจ้าหลินปิงซักหน่อย ทำไมถึงมาหลับโชว์กันซ่ะได้ คนยิ่งกำลังง่วงๆ กันอยู่  หลับด้วยเลยดีมั้ยเนี้ย 
มาดู ช่วงช่วง หลินฮุ้ย สงสัยกำลังอารมณ์ดี วิ่งเล่นทักทายนักท่องเที่ยวกันใหญ่ 
ก่อนจากกัน เขียนอวยพรวันเกิดให้ครอบครัวแพนด้า ซักหน่อย สวยวันสวยคืนกันน่ะ 
พวกเราเดินมารอรถบริการรอบสวนสัตว์ บริเวณด้านหน้าบ้านแพนด้า ถือโอกาสพักนวดขา พักได้แป๊บเดียว รถบริการก็มาล่ะ เร็วจังยังไม่ถึง 5 นาทีเลย ค่อยไปนวดในรถต่อล่ะกัน ก่อนจะเริ่มเดินทาง เรามาอ่านประวัติของสวนสัตว์เชียงใหม่ กันซักหน่อยน่ะครับ ^^“สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขี้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2495 โดยความโอบอ้อมอารีของ มร.ฮาโรด์ เมสัน ยังก์ ที่ได้ดูแลสัตว์ป่าที่ถูกทำร้าย และไล่ล่าโดยนายพรานในสมัยนั้น จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2518 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาสนับสนุน และโอนให้เข้ามาอยู่ในสังกัดขององค์การสวนสัตว์ฯ ในปี พ.ศ. 2520 มีพื้นที่เพิ่มจาก 60 ไร่ เป็น 531 ไร่ ในปัจจุบัน”

 

ขึ้นรถบริการดูสัตว์ต่างๆ รอบสวนสัตว์เชียงใหม่ ถ้าเราเริ่มต้นจากหน้าสวนสัตว์   โชนสัตว์ต่างๆ เริ่มจาก ส่วนจัดแสดงนกฟลามิงโก้ นกกระตั้ว 
สวนสวรรค์ลานดอกไม้ ตรงบริเวณนี้มีจุดถ่ายรูปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ยังสามารถพักผ่อนได้ที่ศาลากลางสวนกล้วยไม้ บรรยากาศน่าพักผ่อนมากๆ 
ส่วนจัดแสดงส่วนสัตว์แอฟริกา อีกไม่นานเกินรอเราจะได้พบกับรูปโฉมใหม่ ไฉไล กว่าเดิม รอชมกันได้ในเร็วๆนี้ 
สวนชมนกนครพิงค์ บรรยากาศร่มรื่นสวยงามเป็นจุดชมนก และจุดพักผ่อน ที่น่าสนใจอีกหนึ่งจุดที่มาสวนสัตว์เชียงใหม่แล้วควรต้องมาเยี่ยมชม 
จุดต่อไปที่เราลงไปชมคือ Zoo kids Zone มีสัตว์ที่น่ารักๆ หลากหลายชนิด รวมถึงครอบครัวหมีโคอาล่า บริเวณนี้ยังมีเครื่องเล่นต่างๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นด้วย น่าเสียดาย ชาร์คกี้ตัวโตไปนิด อดเล่น T T” 
จุดต่อไปที่เราลงชมเป็นเกาะชะนี ตามชื่อเลยครับ บริเวณนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเกาะ ชะนี บรรยากาศปลอดโปร่งเสมือนหนึ่งอยู่ในแหล่งธรรมชาติที่แท้จริง เพื่อให้คุณได้เข้าถึงการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าสร้างความคุ้นเคยระหว่างคนกับสัตว์ได้อย่างกลมกลืน 
เรามาชมเพนกวินตัวน้อย น่ารักๆ กัน เจ้าพวกนี้เข้ามาทักทายกับนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดด้วยละ 
ช้าง ช้าง ช้าง ทักทายกันถึงบนรถบริการเลย ตรงจุดนี้มีให้บริการนั่งช้างชมวิวเมืองเชียงใหม่ ด้วยน่ะครับ ราคาถูกมาก  ^^ 
ในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานตั้งอยู่ชื่อว่า วัดกู่ดินขาว ขอเล่าประวัติย่อๆ กันสักหน่อยน่ะครับ
“วัดกู่ดินขาว มีความสัมพันธ์กับเวียงเจ็ดลินที่ ตามตำนานประวัติของล้านนา กล่าวถึงว่า เป็นการตั้งถิ่นฐานชุมชนในระยะก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ และเมืองหริภุญไชย สมัยก่อนพุทธศตวรรษที่ 13 (พ.ศ.1201-1300) และมีพัฒนาการสืบเนื่องมาในระยะหลังเรื่อยมา โดยเฉพาะหลักฐานคันดินกำแพงเวียงรูปกลม 2 ชั้น ระหว่างคูเวียงนั้น แสดงถึงภูมิปัญญาการสร้างเวียงที่มีพื้นฐานความรู้ทางผังเมืองอย่างดี จากการรู้จักระบบชลประทานจัดการน้ำที่ไหลลงมา จากดอยสุเทพ โดยขุดคูก่อคันดินเพื่อป้องกันน้ำหลากท่วมขัง และเก็บกักระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำมากและน้ำน้อย เป็นประโยชน์ด้านเกษตรกรรม รวมถึงใช้เป็นแนวป้องกันด้านการศึกสงครามที่ใช้เป็นแหล่งฐานที่มั่นทางทหาร ดังปรากฎเหตุการณ์ในสมัยล้านนา กรณีทัพสุโขทัย ใช้เวียงเจ็ดลินเป็นฐานกำลังเตรียมต่อสู้กับทัพเมืองเชียงใหม่” 
จุดชมช้างเอเชีย ตรงนี้ก็มีกิจกรรมให้ป้อนอาหารเหมือนกัน ช้างตัวใหญ่มากๆๆๆ 
ถึงใกล้เวลาแล้ว เราก็ไปตามที่นัดหมายไว้กับพี่คนขับรถตู้ เพื่อไปยังสถานที่ต่อไป คือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เริ่มเดินทางกันต่อเลย เส้นทางก่อนจะถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เริ่มด้วยบรรยากาศความสวยงามของเสาไฟเกาะกลางถนน 
มีป้าย ราชพฤกษ์ ขนาดใหญ่ต้อนรับเห็นมาแต่ไกล ^^ ไหนๆใกล้จะถึงแล้วก็แวะทำความรู้จักกับ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ กันก่อนล่ะกันเนอะ“แหล่งเรียนรู้พฤกษศาสตร์การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ บนพื้นที่กว่า 468 ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานนามว่า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2553 สถานที่แห่งนี้ เคยเป็นที่ใช้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคล ถึง 2 ครั้ง
จากความสำเร็จในการจัดงาน และเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์สถานที่ให้เกิดคุณค่าแก่ประชาชน และสังคมคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้สถาบันวิจัย และพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) บริหารจัดการพื้นที่ โดยเน้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร และวัฒนธรรมในระดับนานาชาติของประเทศไทย”

 

จุดจำหน่ายบัตร มากับทัวร์ 999 มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องตั๋วเข้าชม เราก็สบายๆ พกไปแต่ตัว กับหัวใจ ก็พอ 
ขนาดว่าบรรยากาศรอบๆ ทางเข้า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัดไว้สวยงามมาก ตรงเนินราชพฤกษ์ด้านหน้าของอุทยานปลูกต้นราชพฤกษ์ ต้นไม้ประจำชาติไว้ด้วย ถ้าได้ขึ้นไปบนเนินสามารถมองเห็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้รอบด้าน บริเวณด้านหน้ายังสวยขนาดนี้ ข้างในจะสวยขนาดไหน เราเข้าไปดูกัน 
เดินเข้ามา ทางด้านขวาจะพบกับจุดรถบริการ สามารถเที่ยวได้รอบ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ได้ทั่วเลย เพราะที่นี่กว้างมาก ถ้าใช้เวลเดินเที่ยว ทั้งวันคงจะไม่พอ ด้วยเวลาเที่ยวมีจำกัด ชาร์คกี้ขอ Review แบบเบาเบาล่ะกันน่ะครับ ^^ 
รถบริการออกเดินทางก็เจอกับ วิวถ่ายรูปหอคำหลวงสวยๆ เป็นมุมยอดนิยม เราก็เลยถ่ายมาฝากอีก 1 แชะ แชะ แชะ แชะ รูปไหนสวยเอารูปนั้นลง ^^ 
จุดที่พวกเราลงเป็นจุดแรก คือ สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพื้นที่จัดแสดงของมิตรประเทศที่มาร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปี พ.ศ. 2549 และทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปี พ.ศ. 2550 โดยมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมจัดสวนนอกอาคารทั้งหมด 22 ประเทศ จาก 3 ทวีป เรามาชมความสวยงามของประเทศต่างๆ กันดูแบบคร่าวๆ น่ะครับ เพราะเยอะจริงๆ ^^ 
บริเวณสวนของประเทศอินเดียมีความพิเศษอยู่ตรง มี พระพิฆเนศปาง “พระปัญจมุข” มาประดิษฐานอยู่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดของพิฆเนศ เป็นปางที่ใหญ่ที่สุด สมัยอินเดียโบราณ ผู้ที่จะบูชาพระพิฆเนศปางนี้ได้นั้น จะอยู่ในวรรณะ กษัตริย์ เท่านั้น ปางปัญจะมุขคเณศ นี้ คือพระคเนศ ที่รวม ความศุภมงคลทั้งหลายทั้งปวง ความอุดมสมูบรณ์ วิทยาการศึกษา การแสดง การขจัดอุปสรรค ขจัดคุณไสย์ ขจัดเภทภัย และขจัดผู้ที่คิดร้ายต่างๆ อยู่ในปางนี้ทั้งสิ้น ผู้ที่สนใจรวมถึงผู้ที่ศรัทธาในองค์พระพิฆเนศ สามารถมาสักการะได้ครับ 
จุดต่อไปคือ “หอคำหลวง” เป็นส่วนแสดงสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุด เพื่อจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นกษัตริย์นักการเกษตรเอกของโลก 
จุดต่อไปที่พวกเราไปชมเป็น เรือนร่มไม้ ซึ่งจะรวบรวม พรรณไม้แปลกและหายากกว่า 500 ชนิด กลุ่มพืชดึกดำบรรพ์ พรรณไม้ในร่มนานาชาติ จัดแสดงอยู่ที่นี่ 
แอบแวะขโมยกินองุ่นกัน (ล้อเล่นนะครับ)
เราสามารถเห็นบ้านเรือนไทย ทั้ง 4 ภาค ได้จากที่นี่ที่เดียวเลยน่ะครับ  บ้านทรงไทย มีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละภาค โดยสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของคนไทยสมัยก่อน และแสดงออกถึงภูมิปัญญาไทย ทั้งนี้องค์ประกอบที่มีผลต่อรูปแบบเรือนไทยมีทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาชีพ ฐานะความเป็นอยู่ คติความเชื่อและศาสนาในแต่ละภูมิภาค 
ส่วนจัดแสดงโลกแมลง พวกเราจะได้สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่างรวมทั้งพฤติกรรมที่น่าสนใจของแมลงต่างๆ
เดินออกไปจากส่วนจัดแสดงโลกแมลง เหลือบไปเจอกับสนามเด็กเล่น ความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ก็พุ่งออกมาจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ รีบวิ่งไปเล่นของเล่นทันที ใช้เวลาอยู่ที่จุดนี้นานมากๆ 
เรามาเยี่ยมเรือนกล้วยไม้ ที่นี่จะพบกับกล้วยไม้ชนิดต่างๆ กว่า 400 ชนิด ทั้งกล้วยไม้ดิน กล้วยไม้อิงอาศัย รวมถึง “ว่านเพชรหึง” กล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 
จุดต่อไปที่เราจะพาไปชมคือ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ เราสามารถศึกษาเป็นแนวทางการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
บริเวณทางออกของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ มีจุดจำหน่ายของที่ระลึก ใครสนใจสามารถแวะซื้อของที่ระลึกกันได้ที่จุดนี้กลับมาที่รถตามเวลานัดหมายกัน เพื่อ ไปรับประทานอาหารเย็นกันที่ ร้านอาหารยีราฟ ภายในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เราได้ยินมาว่าที่นี่สวยงามมาก อาหารก็อร่อย อยากไปเห็นไปชิมแล้วล่ะ

 

ถึงทางเข้าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เดินทางเข้ามาแล้วควรขับรถช้าๆ หน่อยเพื่อชมฝูงกวางน่ารักๆ ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยว 
ถึงแล้วแวะถ่ายรูปก่อนรับประทานอาหารเย็น 
เรามาชมบรรยากาศภายในร้านอาหารยีราฟกัน สวยจริงๆ  สามารถมองเห็นสัตว์ ต่างๆ อยู่รอบๆ  ร้าน ทานไปชมสัตว์ไป ช่างมีความสุขเกินจะบรรยายจริงๆ 
อาหารน่ากินมากครับ เยอะแยะเลือกไม่ถูกเลย จริงๆ เราก็แอบเล็งไว้แล้วล่ะว่าจะกินอะไร แต่เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องขึ้นมากระทันหัน  ^^ 
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  ชาร์คกี้ ตั้งใจว่าจะทานไม่เยอะเพราะเดี๋ยวจะท้องอืดเกินไป แต่มันอดใจไว้ไม่ไหวจริงๆ ตอนเดินออกมาจาก  ร้านอาหารยีราฟ พุงนี่ยื่นออกมาล้ำหน้าแขม่วไม่ไหวกันเลยทีเดียว 
ระหว่างการเดินออกจากภัตราคารอาหารยีราฟ ไปยัง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  มีกิจกรรมป้อนนมให้กับลูกเสือด้วย แต่ไม่ดีกว่าขอดูเฉยๆ ละกัน ก็เค้าเป็นชาร์คกี้ผู้อ่อนแอนี่น่า T T” 
บรรยากาศรอบๆ  ก่อนเราจะเข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ถ้าเป็นช่วงค่ำๆ คงจะสวยกว่านี้มากๆ 
พอเดินเข้าไปเป็นลานกิจกรรมกว้างๆ เป็นจุดสำหรับดูการแสดงโชว์ ขอ 1 แช๊ะ แบบสวยๆ เดี๋ยวเราค่อยกลับมาดูการแสดงโชว์กันอีกที 
ก่อนขึ้นรถบริการเรายังพอมีเวลา สามารถเดินชมสัตว์ต่างๆได้ที่ โซน Jaguar Trail (Walking  Zone)  เป็นเส้นทางเดินชมสัตว์ป่าขนาดเล็กอยู่รอบบริเวณ ทะเลสาบ สวอนเลค โซนแห่งนี้มีการจัดสวนไม้ป่า และไม้ดอก
ที่รายล้อมอยู่ริมทาง และเน้นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับการศึกษาธรรมชาติคือ สวนที่มีสัตว์เป็นองค์ประกอบ
รวมทั้งมีสัตว์ต่างๆ 40 กว่าชนิด อาทิ นกฟลามิงโก้ ลิงกระรอก อุรังอุตัง สมเสร็จ 2 ชนิด ฮิบโปแคระ ม้าแคระ
คาพิบาล่า วาลาบี หางพู่ แมวดาว เสือโคร่งขาว เสือจากัวร์ และลีเมอร์ เป็นต้น เฉพาะโซนนี้สามารถเข้าชม
ได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน และยังสามารถเข้าชมในช่วงเวลากลางคืนได้อีกด้วย 
มีกิจกรรมต่างๆ เช่นการให้อาหารปลาช่อนยักษ์อเมซอน  และกิจกรรมจักรยานน้ำ 
เดินทางไปที่ โซน Savanna Safari  ( South Zone) เพื่อนั่งรถบริการ เข้าชมสัตว์ต่างๆ ของ โซนนี้กัน โซนนี้ตามข้อมูลเป็นอาณาจักรของผู้ถูกล่า เป็นส่วนแสดงสัตว์กินพืช สัตว์กีบ และสัตว์แอฟริกาที่หาชมได้ยาก
โซนแห่งนี้ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปในบรรยากาศทุ่งหญ้าซาวันนาแอฟริกา ชมสัตว์ประเภทที่ไม่มีอันตรายมากนัก
เช่น ช้าง ยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปโปเตมัส กระทิง ละมั่ง เลียงผา แรดขาว วอเตอร์บัค และจามรี
ซึ่งในการท่องเที่ยวในโซนนี้จะเป็นการเดินทางด้วยรถบริการ มีลักษณะเปิดโล่งเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอก
ได้อย่างเต็มที่ โดยรถ 1 ขบวนจะมี 2 ตอน และสามารถบรรจุนักท่องเที่ยวได้ 50 ที่นั่ง พร้อมทั้งผู้บรรยายทั้งภาษาไทย
และอังกฤษ มีระยะทางกว่า 2,432 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 
เดินทางต่อไปยัง โซน Predator Prowl (North Zone) เพื่อนั่งรถบริการ เข้าชมสัตว์ต่างๆ ของ โซนนี้กันต่อ ตามข้อมูลจะเข้าสู่เขตพื้นที่ของผู้ล่า ผสมกับการนำสัตว์ผู้ถูกล่ามาไว้ในโซนนี้ ผู้ชมจะได้ผจญภัยไปกับการนั่งรถ
ชมสัตว์ดุร้ายอย่างใกล้ชิด สนุกตื่นเต้นระทึกใจในทุกวินาทีกับภาพชีวิตของสัตว์ป่า อาทิ แร้งดำหิมาลัย สิงโต
เสือโคร่ง เสือโคร่งขาว หมีควาย ไฮยีน่า และจระเข้ เป็นต้น
พาหนะที่ใช้จะเป็นรถที่มีส่วนเปิดโล่งสู่ภายนอกและมีระบบป้องกันอันตรายจากสัตว์ต่างๆ มีระยะทางกว่า 2.1
กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 
มีโชว์การแสดงคาบาเร่โชว์ ก่อนจะชมน้ำพุดนตรี 
ถึงเวลาแล้วกับการแสดงน้ำพุดนตรี เรามาชมภาพความสวยงามกัน
ก่อนกลับแวะชม ร้านขายของที่ระลึก มีอะไรน่าสนใจบ้างนะ 
พวกเราเดินทางไปพักผ่อนยังที่พัก โรงแรม ชาโต เชียงใหม่ (รูปโรงแรมถ่ายไว้ตอนช่วงเช้าน่ะครับ ไม่ต้องแปลกใจ ทำไมสว่างจัง ^^) 
ห้องพักสวยน่าพักมากเลยครับ พักผ่อนเอาแรงกันดีกว่า หลังจากท่องเที่ยวมาทั้งวันแล้ว ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรับประทานอาหารเบาๆ ที่โรงแรม

 

จบทริป 999 บาท ด้วยความสนุกสนาน คุ้มค่ามากสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ใน 1 วัน 1 คือ กับ แพ็กเกจ 999 บาท ราคาเดียวเที่ยว 3 ซู + 1 สวนฯ
หลังจากจบทริป 999 แล้ว เฉพาะคนที่ซื้อแพ็คเกจ 999 สามารถรับส่วนลดจาก ร้านค้าชั้นนำต่างๆ ได้ตามนี้เลยน่ะครับ
บางกอกแอร์เวย์ส ส่วนลด 10 % บัตรโดยสารเครื่องบิน จำนวนจำกัด 500 ที่นั่ง ส่วนลดนี้เฉพาะการสำรองที่นั่ง และชำระเงินผ่านทางหน้า เว็บไซต์ www.bangkokair.com เท่านั้น โทร 053289338-9
โอเอซิสสปา คูปองส่วนลด มูลค่า 1,000 บาท (เฉพาะสปาแพคเก็จที่มีมูลค่า 3,000 บาท ขึ้นไป) โทร 053920111
บริษัท เจอร์นี่ จำกัด เช่ารถยนต์ (ขับเอง) เพียง 650 บาท / วัน (จากราคา 1,200 บาท  คน / วัน จำกัดเพียง 100 ใบเท่านั้น) โทร 053208787 , 053273428
บริษัท เจอร์นี่ จำกัด ซื้อแพ็กเกจทัวร์เชียงใหม่ 1 วัน เพียง 999 บาท / วัน (จากราคา 1,200 บาท / คน / วัน จำกัด 100 ใบเท่านั้น) โทร 053208787 , 053273428
คุ้มขันโตก เพียง 450 บาท / คน (รวมเครื่องดื่ม soft drink) จากราคา 690 บาท (ไม่รวมรถรับ – ส่ง 100 บาท) โทร 053304121
ไฟลท์ ออฟ เดอะ กิ๊บบอน ซื้อแพ็คเกจทัวร์ผจญภัย 1 วัน เพียง 1,999 บาท จากราคา 2,399 บาท (รวมรถรับ-ส่ง อาหาร 1 มื้อ และทัวร์ชมน้ำตก) โทร 053010660
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ซ้อคูปอง ราคา 250 บาท รับบาทเข้าชม 4 ใบ หมวก 1 ใบ และสิทธิพิเศษอื่นๆ โทร 053841050
ร้าน วอมอัพ คาเฟ่ 1999 ส่วนลด 20% เฉพาะอาหาร โทร 053400677
เซอร์ไพรส์ ดิลิเวอรี่ บริการส่งของขวัญวันเกิดสำหรับคนพิเศษ คลิ๊กไลค์ www.facebook.com/SurpriseDeliverly รับส่วนลด 10 % ทุกแพ็คเกจ www.surprisendeliverly.com   โทร 029443595หลับจากจบทริป 999 แล้ว ใครสนใจ ร้านไหนเข้าไปใช้บริการกันได้น่ะครับ …สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 053893111 หรือ คุณจุฑารัตน์ คำแปง 0561882881 คุณกีรติ 0895535453
www.facebook.com/chiangmaiaquarium
www.chiangmaiaquarium.com

Filed in: ข่าวประชาสัมพันธ์
รหัสทางไกลจังหวัดเชียงใหม่ (053): หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในเชียงใหม่
งานข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 
02-694-1222 ต่อ 8, 02-282-9773
ททท.ภาคเหนือ เขต 1 (เชียงใหม่)  
053-248-604, 053-248-607
ประชาสัมพันธ์จังหวัด 053-219-092, 053-219-291
สำนักงานท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงใหม่  
053-252-557, 053-233-178
ตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่  053-278-798,
053-248-974, 053-242-966 , 053-248-130
ตำรวจทางหลวง  053-242-441
สภ.อ.เมืองเชียงใหม่  053-814-313-4
สภ.อ.จอมทอง  053-341-193-4
สภ.อ.ช้างเผือก  053-218-443
สภ.อ.เชียงดาว  053-455-081-3
สภ.อ.ดอยสะเก็ด  053-495-491-3
สภ.อ.ดอยเต่า  053-469-019
สภ.อ.ฝาง  053-451-148
สภ.อ.พร้าว  053-475-312
สภ.อ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์  053-211-750
สภ.อ.แม่แจ่ม  053-485-110
สภ.อ.แม่แตง  053-471-317
สภ.อ.แม่ปิง  053-272-212
สภ.อ.แม่ริม  053-297-040
สภ.อ.แม่วาง  053-928-028
สภ.กิ่ง อ.แม่ออน  053-859-452
สภ.อ.แม่อาย  053-459-033
สภ.อ.เวียงแหง  053-477-066
สภ.อ.สะเมิง  053-487-090
สภ.อ.สันกำแพง  053-332-452 , 053-331-191
สภ.อ.สันทราย  053-491-949
สภ.อ.สันป่าตอง  053-311-122-3
สภ.อ.สารภี  053-322-997
สภ.อ.หางดง  053-441-801-3
สภ.อ.อมก๋อย  053-467-003
สภ.อ.ฮอด  053-461-101
รพ.จินดา  053-244-140 , 053-243-673
รพ.เชียงใหม่ เซ็นทรัล เมมโมเรียล  053-277-090-3
รพ.เชียงใหม่ราม   053-852-590-6
รพ.เซนต์ปีเตอร์ อาย  053-225-011-5
รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) 053-221-122
รพ.แมคคอร์มิค 053-262-200-19
รพ.ลานนา 053-357-234-53
รพ.รวมแพทย์  053-273-576-7
รพ.นครพิงค์ 053-890-755-64
รพ.ดอยสะเก็ด 053-495-505
รพ.แม่อาย 053-459-036
รพ.สะเมิง 053-487-124-5
รพ.ฮอด 053-831-443
รพ.แม่แจ่ม 053-485-073
รพ.ดอยเต่า 053-833-098
รพ.ช้างเผือก  053-220-022 รพ.ประชาเวศ เชียงใหม่  053-801-999
รพ.ดารารัศมี  053-297-207
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.