วัด​เสาหินบูชาพระราหู

Written by | มิถุนายน 28, 2014 | 0

การเที่ยวทริปนี่ของเชียงใหม่โอนลี่ สนุกที่สุดอีกหนึ่งทริปและทริปนี้นอกจากจะได้ดูศิลปะ การก่อสร้างแบบล้านนาแล้วยังได้ความรู้ควบคู่ไปอีกด้วย มาพูดถึงการเที่ยวเวียงกุมกามเมืองแห่งแรกของล้านนาที่ถูกน้ำท่วมจนเกือบ หลายสาบสูญ การเที่ยวในทริปนี้เราสามารถเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ รถยนต์ส่วนตัว มอเตอร์ไซด์ รถราง รถม้า ที่ทางเวียงกุมกามเปิดให้บริการหากเราเที่ยวแบบ รถราง รถม้า ก็จะได้ชมสถานที่สำคัญๆ ประมาณ 10 แห่ง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที บวกลบ นะครับ

แต่ทริปนี้เชียงใหม่โอนลี่ ใช้บริการการเที่ยวโดยมอเตอร์ไซด์เหตุผลคือ ง่าย สะดวก สามารถเก็บภาพ โดยไม่ต้องกังวลว่ามีคนรอ และเที่ยวนี้เชียงใหม่โอนลี่ได้เก็บภาพและ VDO มาฝากแต่ขอเป็นการนำเสนอเวียงกุมกามในแบบฉบับของเชียงใหม่โอนลี่ ซึ่งครั้งนี้เชียงใหม่โอนลี่ได้เก็บเรื่องราวเวียงกุมกามที่สำคัญๆเพราะว่าจากการสำรวจของนักวิชาการพบว่ามีอยู่มากกว่า 40 แห่งทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน แต่วัดที่จะนำเสนอต่อจากนี้อาจออกนอกเส้นทางหน่อยแต่ก็ไม่ไกลเท่าไร คือ วัดเสาหิน 

ซึ่งวัดเสาหินนี้ถือว่าเป็นที่ บูชาพระราหูและเสาอินทขิล เลยก็ว่าได้ภายในวัดก็สงบเรียบง่ายดี มีคนเอาของมาบูชาพระร่หูไม่ขาสายใครนับถือก็ลองไปกันดูที่สารภีใกล้กับเวียงกุมกาม

วัดเสาหิน หมู่ที่ 3 ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วัดเสาหิน (1) วัดเสาหิน (3) วัดเสาหิน (5) วัดเสาหิน (7) วัดเสาหิน (13) วัดเสาหิน (19) วัดเสาหิน (11) วัดเสาหิน (17) วัดเสาหิน (9) วัดเสาหิน (15)

 ​เสาหินนี้คติ​ความ​เชื่อ​เดียวกับ​เสาอินทขิลที่​เป็น​เสาหินที่พระอินทร์ประทานลงมา​เพื่อ​ให้​เกิด​ความสงบสุข​ในบ้าน​เมือง ​และผนังยัง​เขียนภาพจิตรกรรม​เรื่องพระ​เวชสันดรชาดก 13 กัณฑ์ ลักษณะฝีมือช่างภาคกลางประมาณรูปปราสาทราชวังประตู​และกำ​แพง ​และ​การ​แต่งกาย​ในราชสำนักมีภาพชาวยุ​โรปต่างชาติ ​เป็นทหารขุนนาง ​การที่มีภาพวาดจิตรกรรมที่ผนังวิหารนี้​แสดง​ถึง​ความสำคัญของวิหารนี้​ในอดีต ที่​เจ้าศรัทธา​หรือ​เจ้าอาวาสวัดมีทุนทรัพย์จ้างช่างจากกรุง​เทพฯ ​หรือช่าง​ในภาคกลางมา​ทำงาน ​ในครั้งนั้นอายุประมาณ พ.ศ.2412

วิหารหลังนี้สม​เด็จพระ​เทพรัตนราชสุดาฯ ​และพระ​เจ้าลูก​เธอ​เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ​ได้​เสด็จมาทอดพระ​เนตรภาพจิตรกรรมนี้ ​และ​ได้ทรง​ให้อนุรักษ์ภาพนี้​ไว้​เพื่อ​เป็น​แหล่งข้อมูลของ​ผู้สน​ใจ​ได้ศึกษาต่อ​ไป วัดนี้ยังมี​เจดีย์ประธานขนาด​ใหญ่ลักษณะทรงระฆังฐาน มีรูปปั้นนรสิงห์ตั้ง​ไว้บนฐาน​เจดีย์ 4 มุมฐาน ตาม​ความ​เชื่อของศรัทธา​เจดีย์องค์นี้จะสร้างครอบ​เจดีย์องค์​เดิมที่มีขนาด​เล็กกว่า ​และยังมีอุ​โบสถที่พญาสามฝั่ง​แกน ​เจ้า​ผู้ครอง​เมือง​เชียง​ใหม่ ​ได้สร้างฐาน​ไว้มีฐานประทักษิณสูงลักษณะทรงล้านนา ​โครงสร้างก่ออิฐสอปูน​โครงหลังคา​เป็น​ไม้​เนื้อ​แข็ง หลังคามุงกระ​เบื้องดินขอ บริ​เวณหน้าวิหาร​และอุ​โบสถ​เดิม​เป็นสระดินที่มีขนาดกว้างมีน้ำ​ใส​เย็น ตามคำบอก​เล่าของคน​โบราณว่า​เป็นหนองสระที่พญานาคขึ้นมา​เล่นน้ำ​ในวัน​เดือน​เป็ง (วัน​เพ็ญขึ้น 15 ค่ำ) ​และยังมีศาลา​การ​เปรียญ​และอาคารอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ​และที่ก่อสร้าง​ใหม่ คือ วิหารวัด​เสาหินจำลอง​เพื่อประดิษฐาน​เสาหินจำลอง ที่สร้างขึ้นมา​เพื่อ​เป็นสัญลักษณ์ของวัด​และ​เป็นที่สัก​การะบูชาตาม​ความ​เชื่อว่า​เสาหิน​เดิมอยู่​ใต้ฐานประธาน​ในวิหารถ้าบ้าน​เมืองล่มสลาย​เมื่อ​ใด​เสาหินจะปรากฏ​ในวัดนี้​เมืองที่ล่มสลาย​ไปจะกลับขึ้นมามี​ความ​เจริญรุ่ง​เรืองอีกครั้งวัดเสาหิน (2) วัดเสาหิน (20) วัดเสาหิน (6) วัดเสาหิน (12) วัดเสาหิน (18) วัดเสาหิน (4) วัดเสาหิน (10) วัดเสาหิน (16) วัดเสาหิน (8) วัดเสาหิน (14)

ข้อมูลจากทางวัดเสาหิน  วัดเสาหิน ตั้งอยู่เลขที่ ๙๘ หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ตั้งอยู่ในเขตชุมชนทางด้านทิศเหนือของเวียงกุมกาม หางจากตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางเฉลี่ย ๕ กิโลเมตร บริเวณวัดตั้งอยู่บนเนินที่มีพื้นที่ราบลุ่มทางด้านทิศเหนือ และสองข้างด้านตะวันตก และตะวันออกที่เดิมเคยเป็นที่ลุ่มต่ำทำนาปัจจุบันมีหมู่บ้านจัดสรรอยู่ล้อมยกเว้นแนวทางด้านทิศใต้ด้านหลังวัดห่างออกไปที่เป็นบริเวณที่สูง และเป็นแนวตะลิ่งของสายน้ำแม่ปิงแต่เดิมที่ไหลผ่านทางด้านแนวทิศเหนือของเวียงกุมกาม วัดเสาหินสร้างหันหน้าไปทางทิศเหนือค่อนมาทางทิศตะวันออกเล็กน้อยสร้างร่วมสมัยเวียงกุมกามระหว่าง พ.ศ. ๑๘๒๗ – ๒๑๐๑ ถาวรวัตถุประกอบด้วย วิหาร เจดีย์ประธาน อุโบสถ กำแพง วิหารหลังใหม่ หอไตร อาคารศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และวิหารเสาหินจำลอง วิหารวัดเสาหินก่อสร้างขึ้นเมื่อใด ใครเป็นผู้ก่อสร้างไม่ปรากฏหลักฐาน วิหารหลังนี้เป็นอาคารขนาดย่อม มีข้อพิเศษที่นอกจากหันหน้าไปในทิศที่ยังหาความหมายไม่ได้ขณะนี้แล้ว ยกพื้นส่วนฐานทำสูงมากเป็นการป้องกันน้ำท่วมถึง ตัวบันไดเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ที่มีหงอนคล้ายนาค ซึ่งเป็นสัตว์ในนิยายหรือชาดกในพระพุทธศาสนาที่ใช้เป็นพาหนะขึ้นสู่สรวงสวรรค์ หรือแดนพุทธภูมิ ตามความเชื่อ

บันไดแบบนี้ก็ไม่เป็นที่นิยมนำมาก่อสร้างเป็นบันไดในอาคารทางพุทธศาสนา ซึ่งมีข้อสังเกตว่าช่างนั้นมีอิสระทางความคิดออกแบบ อันมีแนวทางที่แตกต่างออกไปจากกระแสหลักทั่วไปที่นิยมทำเป็นรูปนาคและตัวหางวันเป็นส่วนใหญ่ ที่อาจต้องการให้หมายถึงการที่คนได้เข้ามาในวิหารหลังนี้ก็เหมือนเดินทางไปสู่แดนพุทธภูมิ นอกจากนี้ด้านโครงสร้างส่วนฐานก่ออิฐสอปูน ย่อส่วนลักษณะทรงสะเปาคำ (สำเภา) คือส่วนกลางใหญ่ส่วนหัวและท้ายเล็กดูคล้ายเรือสำเภา ส่วนเสาและโครงสร้างหลังคาทำด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง มุงด้วยกระเบื้องดินขอ ป้านลมทำด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปพญานาคติกกระจกสี ช่อฟ้าไม้ติดกระจก (ของเดิมยังเก็บรักษาไว้เป็นที่ศึกษาของคนรุ่นหลัง )โครงสร้างหน้าแหนบหรือหน้าจั่วแบบม้าตั่งไหม ตกแต่งลายไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจกเป็นรูปดอกประจำยาม ภายในวิหารในส่วนของฐานชุชี (ฐานพระ) มีลักษณะเด่นที่สร้างเป็นสี่ชั้นแต่ละชั้นความกว้างความสูงก็ลดลั่นกันไปประดับกระจกและปิดทองรูปดอกกลม ประจำยามกระจังแทรกด้วยลายก้ามปูก้านขดอย่างสวยงาม

ส่วนพระพุทธรูปที่ประดิษฐานบนฐานนี้มีอยู่จำนวน ๑๑ องค์มีทั้งที่เป็นพระสำริดและพระศิลา แต่ได้ถูกขโมยไปหมด ทางวัดจึงได้สร้างพระปูนปั้นที่มีพุทธลักษณะเหมือนองค์เดิมมาประดิษฐานแทน ในส่วนของฐานชุกชีนี้ตามความเชื่อของศรัทธาและตามคำบอกเล่าของคนโบราณที่เล่าสืบกันมาว่ามีเสาหินอยู่ใต้ฐานชุกชีนี้ เสาหินนี้คติความเชื่อเดียวกับเสาอินทขิลที่เป็นเสาหินที่พระอินทร์ ที่ประทานลงมาเพื่อให้เกิดความสุขสงบลงในบ้านเมือง และมีธรรมมาสน์หลวงสำหรับใช้เทศน์ธรรมพื้นเมืองที่มี ศรัทธานางคำหน้อย พร้อมบุตรหลานได้มีจิตศรัทธาสร้างไว้ในพระพุทธศาสนาเมื่อวันขึ้น ๘ ค่ำเดือน ยี่ เหนือ ปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๔๑๒ อายุ ๑๓๔ ปี และผนังยังเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องพระเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ลักษณะฝีมือช่างภาคกลางประมาณรัชกาลที่ ๓-๔ ดูได้จากรูปปราสาทราชวัง ประตูและกำแพง และการแต่งกายในราชสำนัก มีภาพชาวยุโรปต่างชาติเป็นทหารหรือขุนนาง คนนุ่งโจงกระเบน และสอดแทรกภาพผู้หญิงคนพื้นบ้านนุ่งผ้าถุงไม่สวมเสื้อคล้องผ้าปิดส่วนสงวนถือไม้คานหาบเปี๊ยด(กระบุง)รูปกระท่อม ฯลฯ การที่มีการวาดภาพจิตรกรรมที่ผนังวิหารนี้แสดงถึงความสำคัญของวิหารนี้ในอดิต ที่เจ้าศรัทธาหรือเจ้าอาวาสวัดมีทุนทรัพย์จ้างช่างจากกรุงเทพฯ หรือช่างในเขตภาคกลางมาทำงานได้ในครั้งนั้น

 


Filed in: เที่ยววัด
รหัสทางไกลจังหวัดเชียงใหม่ (053): หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในเชียงใหม่
งานข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 
02-694-1222 ต่อ 8, 02-282-9773
ททท.ภาคเหนือ เขต 1 (เชียงใหม่)  
053-248-604, 053-248-607
ประชาสัมพันธ์จังหวัด 053-219-092, 053-219-291
สำนักงานท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงใหม่  
053-252-557, 053-233-178
ตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่  053-278-798,
053-248-974, 053-242-966 , 053-248-130
ตำรวจทางหลวง  053-242-441
สภ.อ.เมืองเชียงใหม่  053-814-313-4
สภ.อ.จอมทอง  053-341-193-4
สภ.อ.ช้างเผือก  053-218-443
สภ.อ.เชียงดาว  053-455-081-3
สภ.อ.ดอยสะเก็ด  053-495-491-3
สภ.อ.ดอยเต่า  053-469-019
สภ.อ.ฝาง  053-451-148
สภ.อ.พร้าว  053-475-312
สภ.อ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์  053-211-750
สภ.อ.แม่แจ่ม  053-485-110
สภ.อ.แม่แตง  053-471-317
สภ.อ.แม่ปิง  053-272-212
สภ.อ.แม่ริม  053-297-040
สภ.อ.แม่วาง  053-928-028
สภ.กิ่ง อ.แม่ออน  053-859-452
สภ.อ.แม่อาย  053-459-033
สภ.อ.เวียงแหง  053-477-066
สภ.อ.สะเมิง  053-487-090
สภ.อ.สันกำแพง  053-332-452 , 053-331-191
สภ.อ.สันทราย  053-491-949
สภ.อ.สันป่าตอง  053-311-122-3
สภ.อ.สารภี  053-322-997
สภ.อ.หางดง  053-441-801-3
สภ.อ.อมก๋อย  053-467-003
สภ.อ.ฮอด  053-461-101
รพ.จินดา  053-244-140 , 053-243-673
รพ.เชียงใหม่ เซ็นทรัล เมมโมเรียล  053-277-090-3
รพ.เชียงใหม่ราม   053-852-590-6
รพ.เซนต์ปีเตอร์ อาย  053-225-011-5
รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) 053-221-122
รพ.แมคคอร์มิค 053-262-200-19
รพ.ลานนา 053-357-234-53
รพ.รวมแพทย์  053-273-576-7
รพ.นครพิงค์ 053-890-755-64
รพ.ดอยสะเก็ด 053-495-505
รพ.แม่อาย 053-459-036
รพ.สะเมิง 053-487-124-5
รพ.ฮอด 053-831-443
รพ.แม่แจ่ม 053-485-073
รพ.ดอยเต่า 053-833-098
รพ.ช้างเผือก  053-220-022 รพ.ประชาเวศ เชียงใหม่  053-801-999
รพ.ดารารัศมี  053-297-207
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.